“MILL” ทำเหล็กชนิดพิเศษ ชิมลางส่งโตโยต้าผลิตรถ
28 มิถุนายน 2561

“MILL” ทำเหล็กชนิดพิเศษ ชิมลางส่งโตโยต้าผลิตรถ มิลล์คอนเตรียมลอนช์เหล็กคุณภาพสูงผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ประเดิมส่งโตโยต้าลอตแรกปลายปี”61 หลังทุ่มลงทุน 5,000 ล้านบาทขยายไลน์การผลิตปีก่อน เล็งศึกษาความเป็นไปได้ลงทุนเหล็กสำหรับอากาศยาน นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการบริหาร บริษัท มิลล์คอน จำกัด (มหาชน) หรือ MILL เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากบริษัท โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล จำกัด หรือ KMS ได้ร่วมลงทุนขยายไลน์การผลิตเหล็กชนิดพิเศษ คุณภาพสูง เพื่อรองรับการใช้งานในอุตสาหกรรมรถยนต์เมื่อปีที่ผ่านมา โดยร่วมลงทุนด้วยงบประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนระหว่างโคเบลโก้ 2,500 ล้านบาท และส่วนของมิลล์คอน 2,500 ล้านบาท เป็นการขยายไลน์การผลิต จากเดิมโรงงานนี้จะเน้นผลิตเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ เหล็กลวดคาร์บอนสูง ซึ่งจะไปใช้ในอุตสาหกรรมลวดเหล็ก “ขณะนี้ได้เริ่มทดลองผลิตสินค้าตัวอย่างส่งให้กับพาร์ตเมกเกอร์ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับผู้ผลิตรถยนต์โตโยต้า ซึ่งเมื่อเราส่งเหล็กให้บริษัทเอผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับค่ายรถยนต์ ทางบริษัทพาร์ตเมกเกอร์ก็จะส่งต่อไปให้โตโยต้าตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง หากได้รับการพิจารณาว่าเหล็กตัวอย่างเป็นไปตามคุณภาพที่บริษัทรถยนต์ต้องการ ก็จะสามารถจัดจำหน่ายได้ในปลายปีนี้ ปริมาณไม่ได้มากหลักพันตันต่อเดือน แต่มูลค่าสูงจากปกติ เหล็กที่เราผลิตราคา กก.ละ 20 บาท แต่หากผลิตให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ได้จะได้ราคาเพิ่มขึ้นคูณ 2 จากปกติ” นายประวิทย์กล่าวว่า เป้าหมายการวางตลาดในปีแรกเราต้องการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้า เพื่อให้ลูกค้ายอมรับในคุณภาพก่อนที่จะขยายฐานลูกค้า เพราะบริษัทถือเป็นผู้ผลิตเหล็กไทยรายแรกที่ลงทุนผลิตเหล็กชนิดนี้ จึงยังไม่มีคู่แข่งที่ผลิตเหล็กเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศซึ่งยังไม่มี เดิมบริษัทรถยนต์ใช้วิธีนำเข้าเหล็กมาให้บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนผลิตให้ ซึ่งหากสามารถทำให้เหล็กชนิดนี้ได้รับการยอมรับ เชื่อว่าในอนาคตสินค้านี้จะมีศักยภาพเติบโตขยายตลาดยังค่ายรถยนต์ต่าง ๆ และสามารถลดการนำเข้าเหล็กได้ “สำหรับแผนการลงทุนพัฒนาการผลิตเหล็กคุณภาพสูงของมิลล์คอนในปีหน้า มีความสนใจที่จะศึกษารายละเอียดในการลงทุนผลิตเหล็กเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอากาศยาน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve ที่ภาครัฐให้การสนับสนุน” นายประวิทย์กล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมเหล็กในไทยในขณะนี้ว่า น่ากังวล ความต้องการใช้เหล็กของไทยในปีที่ผ่านมาชะลอตัว เหลือเพียง 16 ล้านตัน น้อยกว่าเวียดนามซึ่งมีปริมาณ 17 ล้านตัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำของประเทศคู่แข่ง ทั้งเวียดนาม อินเดีย ซึ่งต่างก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเหล็กต้นน้ำ รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน โดยเฉพาะอินเดียมีการตั้งกระทรวงเหล็กขึ้นมาเพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ โดยมีเป้าหมายจะขึ้นเป็นผู้ผลิตเหล็กเบอร์ 2 ของโลกรองจากจีน ขณะที่จีนซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ได้ปรับลดกำลังการผลิตลงมาแล้ว แต่ก็มีการขายและส่งออกเครื่องจักรเก่ามายังประเทศไทย

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-3145.aspx